เสริมคางแล้วคางเบี้ยว แก้ไขคางขูดฟิลเลอร์

แชร์หลังศัลยกรรมแก้ไขคาง

วันนี้เราก็จะมาพูดเรื่องทางกลับนะคะเราจะขอไม่พูดกับเขาว่าเราไปทำคางที่ไหนมาแต่ของตนก่อนว่าก่อนหน้านี้เราเคยไปฉีดฟิลเลอร์เสริมคางมานานมากๆ แล้วตอนนั้นเค้าฉีดไปในปริมาณที่เยอะเหมือนกัน กี่ครั้งเราก็ไม่แน่ใจจำไม่ได้เหมือนกันค่ะพื้นหลังจากที่สุดไปเขาก็บอกว่ามันจะสลายแต่มันก็ไม่สลายที่นี้เพราะข้างมันเริ่มย้อยไม่เป็นทรง เพราะเวลากลับมานานเหมือนตัวสารที่ฉีดเข้าไปมันไหลเราก็เลยตัดสินใจไปพิสูจน์แล้วก็เสริมคางด้วยซิลิโคนที่คลีนิคหนึ่งในราคาประมาณ 17000 บาทก็ถูกกันนะเราก็บอกเขาเราอยากได้ไซส์ ss เพราะไซส์อื่นมันใหญ่ แสบตาตอนหมอเค้าใส่แล้วเหมือนไม่โอเคหรือเปล่าไม่แน่ใจเขาก็เลยใส่ size m มาให้ ทีนี้ตอนที่เหมาะสมปลูกฟิลเลอร์หมอก็บอกว่าฟิลเลอร์เยอะมาก พรุ่งนี้สรุปแล้วก็คือว่าใส่ซิลิโคนมาข้างบวมมากฉันมากเวลาผ่านไปสักพักก็สังเกตว่าคางเอียงมาก เตียงแบบน่าเกลียดเลยปลายคางจะโย้ออกไปด้านหนึ่ง

แก้ไขคาง

เราก็เลิกต่อกลับทางคลินิกว่าเราต้องการแก้ไขคางเขาก็บอกว่าไหนคะขอดูรูปหน่อยก็เลยส่งรูปให้เขาดูทางคลินิกเค้าก็แจ้งกลับมาว่าถ้าครบ 2 เดือนแล้วค้างยังเบี้ยวอยู่ทางคลินิกก็จะแก้ไขคางให้ฟรี เราก็ถึงเวลาให้ผ่านไป 3 เดือนเลยรอจนแผลหายบวมเราก็เลยโทรไปนัดวันจองคิวเพื่อเข้าไปแก้คางวันที่เข้าไปเราก็นึกว่าหมอจะแก้ไขให้ด้วยการใส่ซิลิโคนอันใหม่แต่หมอเค้าบอกว่าท่าจะเท่ก็คือบุญอันเก่าออกมาเหลาใหม่แล้วก็ใส่เข้าไปใหม่คือเขาไม่ได้เปลี่ยนซิลิโคนให้เราถ้าต้องการเปลี่ยนซิลิโคนจะต้องเพิ่มเงินอีก 3000 บาท

ปรากฏว่าออกมาหมอบอกว่าตรงที่มันเอียงเป็นเพราะฟิลเลอร์หมอเค้าขูดเลาะฟิลเลอร์คางออกไม่หมด ซึ่งจริงๆแล้วบอกว่าควรจะขูดออกให้หมดตั้งแต่ครั้งแรกบอกพูดเสร็จเขาก็เอาเหล็กที่ครูมัสสึโปงลางเราสองทีแล้วก็บอกว่าโอเคส่วนที่มันซึมลงไปในเนื้อเราเขาก็บอกว่ามันคงไม่ได้นะไม่อย่างนั้นเนื้อของเราก็จะแหว่ง

ที่นี้เราก็เลยตัดสินใจที่จะถอดซิลิโคนแล้วก็ไม่ใส่เข้าไปอีกแล้วเรากลัวว่าถ้าใส่เข้าไปแล้วมันก็เสี่ยงที่ ซิลิโคนจะเอียงอีก เราก็เลยเลือกที่จะไม่ใส่ซิลิโคนเสริมคาง

สิ่งที่เราอยากจะฝากไว้ในตอนท้ายก็คือจะทำคางก็เลือกสถานที่ดีๆอย่าเน้นราคาถูกให้เลือกราคาที่เรารู้ไว้ด้วยเก็บเงินไปอีกนิดอย่าเน้นของถูกแล้วก็ไปทำคางเราต้องศึกษาดีๆ

เพราะบางครั้งทางคลินิกก็ไม่ได้รับชอบเราทั้งหมดหรอกค่ะหลังทำไปแล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมาสนใจสักเท่าไหร่นัก